Monday, December 13, 2010

IT Learning Journal week6

By ดารินทร์  อิงควงศ์ 5202113147
E commerce
ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการใช้อินเตอร์เนตเข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่
·        Dell ซึ่งใช้ระบบ IT ในการบริหาร supply chain เช่น จัดการวัสดุ ส่วนประกอบซึ่งส่งมาจากประเทศอื่นๆ  การรับคำสั่งซื้อทางอินเทอร์เนต
·        Amazon
Click & mortar    คือธุรกิจที่ดำเนินการทั้งบนอินเตอร์เนต และออฟไลน์ เช่น ธนาคาร
Brick and Mortar  คือธุรกิจที่ไม่ได้ดำเนินการบนอินเตอร์เนต
E-commerce business model
o   Affiliate marketing  หาpartner ให้นำ logo หรือ banner ของเราไปวางไว้บนเว็บไซต์ของเขา เพื่อให้ลูกค้าสามารถคลิกจากหน้าของ Partner เข้าไปได้ โดยให้ส่วนแบ่งแก่ partner ตามปริมาณลูกค้าที่คลิกเข้าไปดูผ่านไซต์ของ partner
o   Bartering online  แลกเปลี่ยนสินค้า และ บริการ
o   Online Advertise เช่น ผ่าน facebook
o   E-Classified
o   Electronic marketplace and exchange
o   Electronic tendering การประมูลทางอิเลกทรอนิกส์ มักใช้ใน B2B
o   API( Application Programming Interface )  คือการแชร์โปรแกรม Application ต่างๆให้แก่ลูกค้า  เช่น I phone  google maps
o   Social Commerce  คือการทำการตลาดผ่านบุคคลใกล้ชิดของลูกค้า เพราะ มนุษย์มักให้ความเชื่อถือกับบุคคลใกล้ชิดมากกว่าสื่อทางการตลาดทุกชนิด

ประโยชน์ของ E-Commerce
·         ต่อองค์กร 
o   ช่วยขยายโอกาสในการขายไปยังตลาดต่างประเทศด้วยต้นทุนที่ต่ำ
o   ช่วยให้บริษัทสามารถคัดเลือกเฟ้นหาวัตถุดิบต่างๆจากทั่วโลก ด้วยต้นทุนที่ต่ำ
o   ลดต้นทุนเกี่ยวกับช่องทางการจัดจำหน่าย
o   ลดต้นทุนในกระบวนการสร้าง จัดจำหน่าย กระจายสินค้าที่เป็นดิจิตอล
o   มีต้นทุนการสื่อสารที่ต่ำ
o   ช่วยให้เกิด niched market
·         ต่อลูกค้า
o   ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคาของสินค้าจากผู้ผลิตหลายเจ้า
o   ช่วยเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า
o   ลูกค้าสามารถเข้ามาเลือกใช้บริการได้ตลอด 24  ชั่วโมง และสามารถเข้าถึงได้จากทุกแห่ง
o   สามารถเข้าถึงข้อมูล รายละเอียด ต่างๆได้โดยใช้เวลาน้อยมาก
o   ช่วยให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่เหมาะกับความต้องการของตนได้ (customized)
·         ต่อสังคม 
o   ช่วยลดปริมาณการจราจร การเดินทาง
o   ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมจากการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพของสินค้าใน E-commerce
ข้อจำกัดของ E-Commerce
·         ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี
o   เทคโนโลยีของคู่ค้าแตกต่างกัน
o   ต้องคอยพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆให้ก้าวหน้า
·         ข้อจำกัดอื่นๆที่ไม่ใช่เทคโนโลยี 
o   ยังขาดกฎหมาย ข้อบังคับต่างๆระหว่างประเทศ และขาดมาตรฐานของอุตสาหกรรม
o   ปัญหาความปลอดภัยของข้อมูลทางการเงินบนอินเตอร์เนท

Major Model of E business
o   B2E         องค์กรส่งกระจายข้อมูลไปยังพนักงานทั่วทั้งองค์กร       
o   E2E         การติดต่อสื่สารระหว่างพนักงานด้วยกันเอง
o   E-collaborative                  เทคโนโลยีด้านดิจิตอลที่ก่อให้เกิดการร่วมมือกัน
o   E-Government                  ส่งข้อมูล ให้บริการแก่ประชาชน
ช่องทางการชำระเงิน
Electronic Fund Transfer  Electronic check Electronic e-card  E-cash ATM


Cloud computing
Cloud  คือการเชื่อมต่อ network โดยทำให้มองไม่เห็นการเชื่อมต่อ เหมือนกับการมีกลุ่มเมฆปกคลุม
ลักษณะของ
cloud computing คือ สามารถเลือกใช้บริการตามช่วงระยะเวลาที่ต้องการได้ ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงที่ปริมาณ transaction มีไม่มากได้
ประเภทของ cloud computing
o   Private cloud        ใช้สำหรับในองค์กร
o   Public cloud       
ข้อดี
o   ประหยัดต้นทุนเมื่อเทียบกับการลงทุนสร้างระบบเอง
o   Scalability สามารถปรับเปลี่ยนขนาดให้รองรับกับความต้องการจริงก็ได้
o   Access to top-end IT capability
o   Focus on core competency
o   ใช้สินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อควรระวัง
o   ความปลอดภัยของข้อมูล
o   ไม่มี platform ที่เป็นมาตรฐาน
o   ความน่าเชื่อถือ
o   Portability

Health Informatics
คือการนำข้อมูลที่เกี่ยวกับทางด้านสุขภาพมาผนวกกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อนำมาใช้ในการจัดการทรัพยากร, เครื่องใช้ต่างๆ และนำมาพัฒนาปรับปรุงวิธีการได้มา, การเก็บรักษาและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เกี่ยวสุขภาพ

ประโยชน์ของสารสนเทศสุขภาพ
ประโยชน์ของสารสนเทศสุขภาพ คือ ทำให้ทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสาธารณสุข เช่น สถานสุขภาพ ปัญหาสุขภาพ ปัญหาสุขภาพอนามัยของประชากร ปัญหาและอุปสรรคในการให้บริการสาธารณสุข ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดำเนินงานบริการสาธารณสุข เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผนเพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุขได้อย่างถูกต้อง
ตัวอย่างการใช้งาน  ระบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วย เช่น ชื่อ, วันเดือนปีเกิด, ที่อยู่, การแพ้ยา, อุณหภูมิและความดันเลือดรายวัน, ข้อมูลการรักษา, ยาที่ให้ผู้ป่วย ระบบนี้จะทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยของสถานพยาบาลบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยรายหนึ่งอาจได้รับการรักษาจากแพทย์หลายคนซึ่งอาจเกิดปัญหาความสับสนเกี่ยวกับการรักษาว่าได้รักษาไปถึงขั้นไหนแล้ว ระบบนี้จะช่วยให้แพทย์ผู้ทำการรักษาสามารถปฎิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดความผิดพลาดได้อีกด้วย
Web 2.0
ลักษณะ
o   ใช้งานกับ web brouser wfh
o   ผู้ใช้งานสามารถแสดงความเห็นได้
o   มี RIA (Rich Internet Application) มี user interface ที่ดียิ่งขึ้น
o   มีการพัฒนาและการโต้ตอบระหว่างผู้ให้บริการ และผู้ใช้งาน
o   มี mash-up คือการนำฟังก์ชั่นการใช้งานจากเว็บหลายๆที่ๆมาผนวกเข้าด้วยกัน
ความแตกต่างระหว่าง Web 1.0 และ Web 2.0
Web 1.0 นั้นการผลิตเนื้อหาต่างๆจะมาจากเจ้าของเว็บไซต์เท่านั้น ผู้ต้องการข้อมูลก็เข้าไปอ่านจากเว็บไซต์หรือค้นหาผ่าน search engine เป็นส่วนใหญ่ ด้วยเหตุนี้เองทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้อ่านกับเจ้าของเว็บไซต์หรือ ผู้พัฒนาเนื้อหาเป็นไปในลักษณะทางเดียว ไม่สามารถโต้ตอบหรือแสดงความคิดเห็นได้

Web 3.0
เนื่องจากข้อมูลใน web2.0 มีขนาดใหญ่ขึ้น จึงต้องมีระบบบริหารจัดการเว็บให้ดีขึ้น ง่ายขึ้น ด้วยรูปแบบ Metadata ซึ่งก็คือการนำข้อมูลมาบอกรายละเอียดของข้อมูลนั้นๆ อาจเรียกว่า Tag ก็ได้ โดยระบบเว็บจะเป็นผู้จัดการในการค้นหาข้อมูลให้เรา จึงสามารถคาดการณ์ถึงข้อมูลได้ว่าจะมีการเชื่อมโยงกันอย่างมีระบบระเบียบมากขึ้น

Wednesday, December 8, 2010

Learning Journal Week 5

By Darin Engkawong 5202113147
Productivity Paradox หมายถึงความไม่สอดคล้องกันระหว่างความก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์(ซึ่งเพิ่มขึ้นแบบ exponential) กับระดับ Productivity ของระบบเศรษฐกิจที่กลับเติบโตอย่างเชื่องช้า
สาเหตุของProductivity Paradoxได้แก่
v หาข้อมูลเกี่ยวกับProductivity Gains เพื่อนำมาวิเคราะห์ได้ยาก
v Productivity Gains ถูกชดเชยด้วยการขาดทุนในส่วนอื่นๆ
v Productivity Gains ถูกหักล้างด้วยต้นทุนที่สูงในการติดตั้ง
v เกิดปัญหาเรื่อง Time Lag
Impact
v  Direct Impact เช่น ต้นทุน รายได้ ค่าใช้จ่าย
v  Second Order Impact เช่น เพิ่ม Market Share การได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ การบริการลูกค้าที่ดีขึ้น

Why justify IT Investments
เนื่องจากการมีเงินทุนที่จำกัด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องประเมินผลประโยชน์จากการลงทุนทาง ITให้เป็นเชิงปริมาณได้มากที่สุดเพื่อให้สามารถลงทุนได้
ขั้นตอนการ Justify
1.              หาหลักการวิเคราะห์ที่เหมาะสม
2.              ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม โดยใช้เกณฑ์ที่เป็น Objective
3.              พิจารณา และระบุสมมติฐานเกี่ยวกับต้นทุน และผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
4.              ระบุเครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณ รวมไปถึงการวิเคราะห์ความเสี่ยง
5.              การลงทุนดังกล่าวสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของบริษัทหรือไม่
6.              ไม่ประเมินต้นทุนต่ำเกินไป และไม่ประเมินผลประโยชน์ให้สูงเกินไป

ความยากในการวัด Productivity และ Performance Gain
v  ระบุเกณฑ์ มาตรวัด ไม่ถูกต้องเหมาะสม
v   Time Lag
v  หาความสัมพันธ์ระหว่าง การลงทุนด้านIT กับ ผลการดำเนินงานขององค์กรได้ยาก

การวัดต้นทุนของ IT Investment
v  ประเด็นหลักคือการแบ่งสันปันส่วนต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)
v  Infrastructure cost
v  Service management cost
v  Transaction Cost
v  Search
v  Information
v  Negotiation
v  Decision
v  Monitoring
Cost
v Development cost
v Set up cost
v Operational cost
Benefit
v Direct benefit
v Assessable indirect benefit
v Intangible benefit

วิธีการวิเคราะห์ Cost-Benefit
v Net Profit หรือผลต่างระหว่างต้นทุน และรายได้โดยตรง เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ไม่ได้คำนึงถึง Time Value of Money และจะเปรียบเทียบยาก หากมี Net Profit ที่เท่ากัน หรือใกล้เคียงกัน
v Payback Period หรือระยะเวลาคืนทุน เป็นระยะเวลาที่ผลตอบแทนที่ได้รับทั้งหมดเท่ากับต้นทุนที่เสียไป แต่ข้อเสียของวิธีนี้ก็คือ ขาดการคำนึงถึง Time Value of moneyไม่ได้มองว่า Cash Flow ในแต่ละปีจะเป็นเท่าไร
v Return on Investment (ROI) เป็นการเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ได้เฉลี่ยในแต่ละปี กับเงินลงทุนที่ใช้ไป
v Net Present Value (NPV) วิธีนี้เป็นการคำนวณผลตอบแทนที่จะได้รับทั้งหมด โดยที่มีการคิดลดให้เป็น Present Value ตาม Discount Rate ที่กำหนด การใช้วิธีนี้อาจจะเป็นปัญหาในการเปรียบเทียบโครงการที่มีอายุต่างกัน หรือขนาดการลงทุนที่ต่างกัน
v Internal Rate of Return (IRR) คืออัตราคิดลด หรือ Discount rate ที่ทำให้ NPV ของโครงการเป็นศูนย์ เมื่อคำนวณได้ IRR แล้วให้นำมาเปรียบเทียบกับ Required rate of return ที่ต้องการ หากสูงกว่าก็สามารถลงทุนได้
v อื่นๆ เช่น Economic Value Added (EVA), Benefit-to-cost Ratio
v Total Cost of Ownership (TCO) เป็นการคำนวณต้นทุนที่จะเกิดขึ้นตลอดอายุของการลงทุน เช่น Acquisition Cost, Operations Cost, Control Cost วิธีนี้อาจทำควบคู่ไปกับ Total Benefits of Ownership (TBO) เพื่อหาผลตอบแทนรวมที่จะได้รับ (Payoff = TBO - TCO)
v Benchmarks เป็นการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับบริษัทอื่น หรือค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมนั้นๆ
v Balanced Scorecard เป็นการประเมินผลงาน 4 ด้าน ที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน เช่น ด้านลูกค้า, ด้านการเงิน, ด้านกระบวนการภายใน, ด้านการเรียนรู้

Wednesday, December 1, 2010

Learning Journal Week 4


By ดารินทร์ อิงควงศ์ 5202113147
ปัจจุบันองค์กรส่วนหนึ่งมีการ outsource งานด้านระบบข้อมูลสาระสนเทศและเทคโนโลยีไปให้แก่องค์กรภายนอกเป็นผู้ดูแล ติดตั้ง รักษาระบบ  อย่างไรก็ตามในการ outsource งานใดๆ ให้แก่องค์กรภายนอกแม้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและปริมาณงานลง แต่ควรคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นดังนี้
·         Shirking – Vendor อาจให้บริการแก่เราไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้
·         Paching – vendor อาจนำสินค้าและบริการที่ผลิตให้แก่เราไปให้บริการแก่บริษัทอื่นๆ
·         Opportunistic repricing-  อาจเผชิญกับความเสี่ยงที่ Vendor จะขอเปลี่ยนแปลงราคาไปจากเดิมที่ตกลงร่วมกันไว้ เมื่อมีการปรับเปลี่ยนspec ไปจากที่ตกลงกัน
นอกจากนี้ แม้การ outsource จะดูเสมือนว่ามีต้นทุนต่ำ อย่างไรก็ตามอาจมีต้นทุนแฝงที่ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาดังนี้
·         ต้นทุนในการเปรียบเทียบและวิเคราะห์ vendor แต่ละราย
·         ค่าใช้จ่ายในการติดต่อและทำสัญญากับ vendor
·         ค่าใช้จ่ายในการส่งมอบงาน
·         ค่าใช้จ่ายในการบริหารความสัมพันธ์กับ outsource
·         ค่าใช้จ่ายในการ transition back
Offshore Outsourcing คือการ outsource งานใดงานหนึ่งในองค์กรให้หน่วยงานในต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการจัดการแทน
ประเด็นที่ต้องคำนึงถึงใน offshore outsourcingได้แก่
·         สภาพแวดล้อมด้านธุรกิจและการเมืองในประเทศที่จะ outsource
·         คุณภาพของโครงสร้างพื้นฐาน
·         ความเสี่ยงอื่นๆ เช่น IT ทรัพยากรมมนุษย์ สภาพเศรษฐกิจ กฎหมาย และที่สำคัญ ความแตกต่างทางวัฒนธรรม
ความเสี่ยง ของ offshore outsourcingได้แก่
·         การแทรกแซงของภาครัฐ กฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรค
·         ความแตกต่างทางวัฒนธรรม
·         การโอนถ่ายความรู้
·         การหมุนเวียนของบุคคล
IT application acquisition
ประเด็นที่ต้องคำนึงถึง
·         ประเภทและขนาดอันหลากหลาย
·         Application มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
·         Application อาจเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย
·         เนื่องจาก IT Application มีความหลากหลายดังนั้นวิธีการที่ใช้ในการได้มาซึ่ง application เหล่านั้นจึงอาจแตกต่างกัน
ขั้นตอนในการได้มาซึ่ง IT Application
1.       วางแผน ระบุความต้องการ และประเมิน IT System ให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ
2.       วางโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT
3.       คัดเลือกวิธีการได้มา เช่น สร้างเอง ให้ vendor เป็นผู้วางระบบให้  เช่า ซื้อ หรือ ผสมผสานวิธีการต่างๆ
4.       ทดสอบ ติดตั้ง
5.       ดำเนินงาน บำรุงรักษษ และ update ระบบ
กรอบ 3 ประการของ IT Project Management คือ  Time Cost Performance ต้องบริหารทรัพยากรที่เรามีอยู่ให้อยู่ภายในกรอบ 3 ประการที่เรากำหนดไว้

Identifying Justifying Planning IT System Application
 สำรวจความต้องการภายในองค์กรเกี่ยวกับระบบ และประเมินเลือกโดยคำนึงถึงหลัก ต้นทุนและผลประโยชน์
Acquiring IT Application Available Option
Buy or Lease
ข้อดีของการ BUY
·         ประหยัดเวลาและต้นทุนเมื่อเปรียบเทียบกับการสร้างระบบเอง
·         ทราบอย่างแน่ชัดว่าจะได้รับอะไร
·         บริษัทไม่ใช่รายแรกและรายเดียวที่ใช้ระบบนี้
·         มี Vendor คอย update ระบบให้
·         ราคาถูก
ข้อเสีย
·         ซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ในท้องตลาดอาจไม่ตรงกับความต้องการของบริษัท
·         ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปอาจไม่ยืดหยุ่นพอเมื่อต้องการปรับเพิ่มบางฟังก์ชั่น
·         ซอฟต์แวร์ที่ได้มาอาจไม่เข้ากับระบบเดิมของบริษัท
·         Vendor อาจปลดซอฟต์แวร์นี้ออก และเลิกพัฒนาตลอดจนบำรุงรักษา
ทางเลือกอื่นๆ
·         SaaS การเช่าซอฟต์แวร์ซึ่งทำให้บริษัทมีความคล่องตัวด้านระบบสูง เมื่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ความต้องการของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป หากเลือกใช้วิธีนี้ซอฟต์แวร์จะได้รับการ update อยู่เสมอโดย Vendor เป็นการลดความเสี่ยงที่ระบบ IT จะล้าสมัยและไม่รองรับความต้องการของบริษัทได้เป็นอย่างดี
·         Inhouse Developing ค่อนข้างใช้เวลาและต้นทุนสูง มีหลายรูปแบบ เช่น SDLC Prototyping Web2.0 End user development

Business Process Redesign
BPR  อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการเพียงกระบวนการเดียวหรือมากกว่านั้น  BPM เกี่ยวข้องกับ flow งานทั้งหมด ตั้งแต่ระบบระหว่างคน ระหว่างระบบ และระหว่าง คนและระบบ
Major Managerial Issues
·         Global and cultural
·         Ethical &Legal issues
·         User Involvement เป็นสิ่งสำคัญ
·         Change Management
·         Risk Management